เหตุผลที่คนญี่ปุ่นตัดแบ่งขายหัวไชเท้าเป็นสามส่วน

เวลาเดินผ่านที่ขายผักในซุปเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่น หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมจึงมีหัวไชเท้าที่หั่นสามส่วนวางขายแยกกัน มารู้เหตุผลกันนะคะว่าทำไม

เหตุผลที่คนญี่ปุ่นตัดแบ่งขายหัวไชเท้าเป็นสามส่วน

การตัดแบ่งหัวไชเท้าเป็นสามส่วนขายก็เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำไปรับประทานที่แตกต่างกันสำหรับคนที่ไม่อยากซื้อทั้งหัวเพราะหัวไชเท้าในญี่ปุ่นนั้นมีหัวค่อนข้างใหญ่ โดยแต่ละส่วนมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

ส่วนบนของหัวไชเท้า

ส่วนบนที่ใกล้ใบของหัวไชเท้าเป็นส่วนที่มีความหวาน แข็ง และมีน้ำเป็นองค์ประกอบสูง ทำให้ง่ายต่อการหั่นให้เป็นชิ้นบางๆ โดยคนญี่ปุ่นนิยมนำส่วนนี้ของหัวไชเท้ามารับประทานเป็นสลัดและเป็นผักแท่ง สำหรับคนที่ไม่ชอบรสเผ็ดของหัวไชเท้าขูด หากใช้ส่วนนี้เป็นหัวไชเท้าขูดจะทำให้รับประทานง่ายขึ้น

สลัดหัวไชเท้า
ดิปผัก

ส่วนกลางหัวไชเท้า

ส่วนกลางของหัวไชเท้ามีความหวานที่สมดุลกับรสชาติเผ็ดและแข็งน้อยกว่าส่วนบนของหัวไชเท้า ซึ่งเหมาะสำหรับเมนูที่ต้องการรสชาตินุ่มและฉ่ำของหัวไชเท้า คนญี่ปุ่นนิยมใช้ส่วนกลางของหัวไชเท้าปรุงเป็นเมนูต่างๆ เช่น โอเด้ง สเต็กหัวไชเท้า และหัวไชเท้าต้มรับประทานกับมิโสะ เป็นต้น

ส่วนปลายของหัวไชเท้า

ส่วนปลายของหัวไชเท้ามีรสเผ็ดมากและมีเส้นใยที่สัมผัสได้เมื่อรับประทานเข้าไป วิธีการนำมารับประทานนั้นมักจะหั่นให้เป็นชิ้นบางๆ รับประทานเป็นผักดองและใส่ในซุปมิโสะ หัวไชเท้าส่วนนี้จะเผ็ดมากและฉุนเนื่องจากอุดมไปด้วยสารในกลุ่มไอโซไธโอไซยาเนต (Isothiocyanate) ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งและช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี คนญี่ปุ่นนิยมนำหัวไชเท้าส่วนนี้มาขูดและรับประทานกับปลาย่าง อุด้ง และโซบะ เป็นต้น

 

หัวไชเท้าดิบอุดมไปด้วยวิตามินซี เอนไซม์ที่ช่วยในระบบบ่อยอาหาร และไอโซไธโอไซยาเนต ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง การรับประทานหัวไชเท้าดิบจะทำให้ได้คุณค่าสารอาหารอย่างเต็มที่ นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังทำให้ผิวพรรณสวยงามไม่แก่ก่อนวัยด้วย

แม้คนญี่ปุ่นจะตัดแบ่งหัวไชเท้าขายตามวัตถุประสงค์ในการนำไปรับประทาน แต่ผู้เขียนก็คิดว่าน้อยคนที่จะรู้ถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง รวมถึงผู้เขียนที่ก่อนหน้านี้มักจะเลือกซื้อเอาส่วนกลางของหัวไชเท้าเพราะรู้สึกว่าอวบขาวดี แต่ต่อไปนี้ก็คงต้องเลือกซื้อตามวัตถุประสงค์ที่จะนำมาปรุงอาหารดูแล้วล่ะคะ    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

สรุปเนื้อหาจาก: amanoshokudo

มันเทศตากแห้ง ของว่างที่ดีในยามลดน้ำหนักและวิธีการทำแบบง่าย ๆ

ในฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น หนึ่งในผลผลิตทางการเกษตรที่อร่อยและเป็นที่ถูกใจของคนญี่ปุ่นก็คือ มันเทศ ในโรงเรียนญี่ปุ่นมักมีกิจกรรมให้เด็กเล็กไปขุดมันเทศและนำกลับมาบ้านถุงใหญ่ แม้ว่าจะแจกเพื่อนบ้านแล้วก็ยังมีมันเทศเหลือจนต้องมีวิธีการถนอมอาหาร วิธีการถนอมง่าย ๆ ที่ทำให้มันเทศเป็นของว่างถูกใจคนทั้งครอบครัวคือการทำมันเทศตากแห้ง มารู้วิธีการทำมันเทศตากแห้งแบบง่าย ๆ และประโยชน์ของมันเทศตากแห้งกันนะคะ

วิธีการทำมันเทศตากแห้งแบบง่าย ๆ

วัตถุดิบ

มันเทศ 3 หัว (หากใช้มันเทศที่มีรสหวานจะทำให้มันตากแห้งมีรสชาติอร่อยกว่าการใช้มันเทศที่ไม่มีรสชาติ)

วิธีการทำ

1. นำมันเทศมาล้างให้สะอาดและนำมานึ่งเป็นเวลาประมาณ 30-40 นาที จนมันเทศสุกนิ่ม

2. ใช้ผ้าจับมันเทศและลอกเปลือกออกในขณะที่มันเทศยังร้อนอยู่ หากปล่อยทิ้งไว้จนเย็นจะทำให้ลอกเปลือกได้ยาก

3. ใช้มีดหั่นมันเทศปอกเปลือกที่วางไว้จนเย็นให้มีขนาดความกว้างประมาณ 0.7 -1 เซนติเมตร

4. นำมันเทศมาตากบนตะแกรงสแตนเลสหรือพลาสติก ไม่ควรตากไว้บนตะแกรงไม้ไผ่เพราะจะทำให้มันติดตะแกรงไม้ หากอยากได้มันตากแบบนิ่มก็ใช้เวลาตากประมาณวันครึ่งถึง 2 วัน แต่หากอยากได้มันตากเนื้อแน่นก็ใช้เวลาตากประมาณ 3-4  วัน จากนั้นเก็บใส่ภาชนะไว้รับประทานเป็นอาหารว่างที่ดีสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ประโยชน์ของมันเทศตากแห้งต่อสุขภาพ

มันเทศตากแห้งอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร แคลเซียม วิตามิน บี ซี และอี แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และโพแทสเซียม ซึ่งมีประโยชน์ในการบรรเทาความเหนื่อยล้า  ป้องกันความดันโลหิตสูง ป้องกันไข้หวัด ป้องกันโรคโลหิตจาง และช่วยชะลอความแก่ เป็นต้น คนญี่ปุ่นจึงนิยมนำมันเทศตากแห้งมารับประทานเป็นอาหารว่างของเด็กและผู้ใหญ่

ประโยชน์ของมันเทศตากแห้งต่อการลดน้ำหนัก

ในยามที่กำลังลดน้ำหนักคนจำนวนไม่น้อยมักอยากรับประทานของหวาน มันเทศตากแห้งมีรสชาติอร่อยคล้ายขนมหวาน ช่วยสร้างความพึงใจในยามที่ต้องควบคุมอาหาร นอกจากจะช่วยให้อิ่มท้องนานแล้ว มันตากแห้งยังเป็นอาหารที่มีค่า GI (Glycemic index) หรือค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวและขนมปังในปริมาณเดียวกัน เมื่อรับประทานเข้าไปจึงช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นเร็วเกินไป ด้วยว่าอาหารที่มี  GI สูงจะทำให้ระดับการเพิ่มของน้ำตาลในเลือดสูงไวและทำให้เกิดการเปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นไขมันสะสมในร่างกาย อีกทั้งยังทำให้ร่างกายเกิดภาวะโหยหาความหวาน อาหารที่มีค่า GI ต่ำจึงเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก

วิธีการรับประทานมันเทศตากแห้งให้ได้ผลดีต่อการลดน้ำหนัก

แม้จะมีคุณค่าทางอาหารมากมายแต่มันเทศตากแห้งจัดว่าเป็นอาหารที่มีแคลอรี่สูง วิธีการรับประทานเพื่อให้ได้ผลดีต่อการลดน้ำหนักมีดังนี้

1. รับประทานมันเทศตากแห้งพร้อมกับดื่มน้ำ

 

มันเทศตากแห้งอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ การดื่มน้ำไปพร้อมกับรับประทานมันเทศตากแห้งจะทำให้เส้นใยอาหารบวมน้ำในท้อง ทำให้รู้อิ่มท้องไวและนานแม้รับประทานมันเทศตากแห้งในปริมาณเล็กน้อย

2. รับประทานและเคี้ยวอย่างช้า ๆ

มันเทศตากแห้งอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร การเคี้ยวอย่างช้า ๆ จะทำให้รู้สึกอิ่มท้องไวขึ้น

3. ไม่รับประทานมันเทศตากแห้งในปริมาณที่มากเกินไป  UFABET เว็บตรง

มันเทศตากแห้ง 100 กรัม มีแคลอรี่ 303 กิโลแคลอรี่ ซึ่งสูงกว่ามันต้มไม่ตากแห้งประมาณ  2  เท่า การรับประทานมันเทศตากแห้งในปริมาณที่เป็นผลดีต่อการลดน้ำหนักคือ วันละไม่เกิน 65 กรัม

มันเทศเป็นอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก หากอยู่ในช่วงที่กำลังลดน้ำหนัก ลองรับประทานมันเทศตากแห้งตามวิธีที่คนญี่ปุ่นแนะนำดูนะคะ

”ซาบะซูชิ” vs “บัตเตระ” อันไหนก็อร่อยกับปลาซาบะดองได้เหมือนกัน!?

นอกจากปลาซาบะย่าง (ย่างเกลือ/ย่างซีอิ๊ว) ซึ่งเป็นของฮิตในร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยแล้ว ปลาซาบะดองหรือ “ชิเมะซาบะ” ก็เป็นอาหารญี่ปุ่นอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนชอบกินมาก และซูชิที่ทำจากปลาซาบะดองนั้นไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว วันนี้ผู้เขียนจะพาไปทำความรู้จักกับซูชิที่ทำจากปลาซาบะกันสองสามชนิด ขอเชิญอ่านได้เลยครับ

ซาบะซูชิ (鯖寿司) เป็นอาหารท้องถิ่นในเขตท้องที่วาคาสะ (อยู่ในจังหวัดฟุคุอิ) เกียวโต โอซาก้า เขตท้องที่ซันอิง (กินพื้นที่สามจังหวัดคือ จังหวัดชิมาเนะ จังหวัดทตโตริ และตอนเหนือของจังหวัดยามางูจิ) และเมืองนิอิมิ จังหวัดโอกายามะ คือการเอาชิ้นปลาซาบะดองเกลือแปะบนข้าวใส่น้ำส้มที่ทำเป็นแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วปั้นให้เข้ารูปด้วยเสื่อไม้ไผ่ (มากิซึ 巻き簾 อย่างที่ใช้ทำข้าวห่อสาหร่าย) หรือผ้า แล้วห่อด้วยดาชิคอมบุหรือนางาโคบุแล้วห่อด้วยเปลือกไม้ไผ่

 

สมัยก่อนไม่มีตู้เย็นหรือห้องเย็น ฉะนั้นเมืองที่อยู่ไกลทะเลอย่างเกียวโตก็ต้องกินซูชิที่เป็นปลาดองเกลือหรือน้ำส้ม ซาบะซูชินี่ถือเป็นของเด่นของซูชิเกียวโตเลยทีเดียว นอกจากเกียวโตเมืองหลวงเก่าแล้ว ที่เมืองนิอิมิ จังหวัดโอกายามะสมัยก่อนนั้น คนที่นั่นถือว่าปลาซาบะดองเกลือตากแห้งที่ขนมาจากซันอิงเป็นของทะเลอันมีค่า ต้องเอามาทำซูชิกันเลยทีเดียว ที่ซันอิงหรือวาคาสะบางทีก็เอาปลาซาบะย่างมาเป็นหน้าซูชิ ที่อิซุโมะนั้นมีการกิน “ซูชิปลาซาบะย่าง” (焼き鯖寿司) กันมาแต่ยุคเอโดะ เลยทีเดียว

 

ซาบะซูชิอย่างที่กินกันในเกียวโตทุกวันนี้ก็ถือกำเนิดขึ้นในสมัยเอโดะเช่นกัน กล่าวกันว่าร้าน Izuu いづう ซึ่งก่อตั้งขึ้นในศักราชเท็นเมย์ที่ 1 (ปี พ.ศ. 2324) เป็นผู้คิดทำขึ้นมา สมัยนั้นมีถนนที่เรียกว่า “ถนนสายปลาซาบะ” (鯖街道 ซาบะไคโด) ที่ใช้ขนปลาซาบะจากเมืองโอบามะในจังหวัดฟุกุอิไปยังนครหลวงเกียวโต ปลาซาบะนั้นช้ำง่ายจึงต้องรีบดองเกลือแล้วเดินขนไป สักสองสามวันก็ดองกำลังได้ที่พอดี เอามาทำซูชิแท่งได้

ที่มิยามะและฮิซาตะในเกียวโตซึ่งอยู่ติดกับ “ถนนสายปลาซาบะ” ทุกวันนี้ยังมีคนกินนาเระซูชิปลาซาบะ (ส้มปลาซาบะ) กันอยู่ ที่ตำบลทันโงะ นครหลวงเกียวโต ยังมีข้าวซูชิหน้าปลาซาบะฝอยกับซูชิปลาซาบะย่าง อันนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นซูชิปลาซาบะอย่างเกียวโตเหมือนกัน และทุกวันนี้คนเกียวโตมีซูชิปลาซาบะ ซูชิปลาซาบะย่างกินตลอด ทั้งมีตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือทำเองที่บ้าน ไม่ต้องรอเทศกาลกิอนหรือเทศกาลอะโออิแล้ว

ส่วน “บัตเตระ” (バッテラ) ของโอซาก้านั้น เป็นข้าวรูปสี่เหลี่ยมหน้าตาคล้ายซูชิกด (โอชิซูชิ 押し寿司) ใส่ปลาซาบะดองน้ำส้ม อาหารเมนูนี้จริงๆ แล้ว “ใหม่” กว่าซาบะซูชิมาก คือเกิดราวปีเมจิที่ 20 (พ.ศ. 2430) สมัยก่อนที่อ่าวโอซาก้ามักจับปลา “โคโนชิโระ” ซึ่งเป็นปลาตระกูลเฮอริ่งได้มาก คนก็เลยคิดว่าจะเอามาทำอะไรกินดี ผู้ก่อตั้งร้าน “ซูชิทสึเนะ” すし常 ที่โอซาก้าเลยได้ทีเอามาดองน้ำส้มทำซูชิเสียเลย แน่นอนปลามีมากมายเอามาขายได้ถูกๆ คนก็ชอบกินกัน

 

คำว่า “บัตเตระ” มาจากคำภาษาโปรตุเกส Bateira ที่แปลว่า “เรือลำน้อย” ที่เขาตั้งชื่อเป็นภาษาโปรตุเกสก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ มันดูเท่ดี แบบดูฝรั่งๆ แปลกแหวกแนว แต่ไปๆ มาๆ ปลา “โคโนชิโระ” ชักหายาก เลยเอาปลาซาบะมาทำแทนเสียอย่างนั้น

ปลา “โคโนชิโระ” (Konosirus punctatus) ภาพจาก wikipedia.org

แล้ว “บัตเตระ” กับ “ซาบะซูชิ” ต่างกันตรงไหน?

ต่างกันตรงวิธีทำและวัตถุดิบที่ใช้เล็กน้อย การทำบัตเตระคือเอาชิ้นปลาซาบะดองหั่นบางๆ  3-4 ชิ้น  (ไม่ใช่เอาชิ้นปลาซาบะแบบเอาทั้งตัวมาแล่มาครึ่งซีกแล้วโปะข้าวอย่างซาบะซูชิ) หั่นคอมบุแผ่นขาว (白板昆布) ที่แช่ไว้แล้วในน้ำส้มสายชูหวานให้มีขนาดใกล้เคียงกับแม่พิมพ์กด (แต่ซาบะซูชิเอาไปใส่เสื่อไม้ไผ่หรือผ้าแล้วห่อให้เป็นแท่งโค้งมน) วางชิ้นปลากับข้าวคลุกน้ำส้มลงแม่พิมพ์แล้วกดให้แน่นๆ แล้วหั่นเป็นชิ้นกว้างประมาณ 3 ถึง 4 ซม. เป็นอันเสร็จ

 

ในย่านซาไก โอซาก้า มีเทคนิคการทำคอมบุทะเลบาง ๆ เช่นโอโบโระคอมบุ เวลาที่ทำแล้วมันจะยังมีส่วนที่สีใสๆ เหลืออยู่ ก็เอาส่วนที่สีใสนี่หละทำเป็นคอมบุแผ่นขาวเอามาแปะด้านบนของปลา ซึ่งจริงๆ คอมบุแผ่นขาวนี่ที่แปะบนชิ้นปลาก็เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อปลาแห้งและเพิ่มรสชาติ (คือสมัยก่อนไม่มีแรป เขาก็เอาสิ่งนี้มาใช้) สาหร่ายแผ่นขาวที่แปะข้างบนนั้น บางคนก็ไม่กิน (ลอกแผ่นคอมบุแปะหน้าออก กินแต่ปลากับข้าว) แต่บางคนก็ถือว่ากินได้ การกินบัตเตระโดยมากก็กินเปล่าๆ ไม่ต้องจิ้มอะไร แต่จะใส่โชยุด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่รสนิยมแต่ละคน

บัตเตระของคนโอซาก้านั้น เทียบกับซาบะซูชิของคนเกียวโตแล้ว ซาบะซูชิถือว่าเป็นของหรู ส่วนบัตเตระนั้นเรียกได้ว่าเป็นอาหารชาวบ้าน ถ้าอยากกินรสปลาซาบะเน้นๆ ต้องกินซาบะซูชิ ถ้าจะกินอะไรง่ายๆ เบาๆ ก็ต้องบัตเตระ

ที่จริงที่โอซาก้ายังมีซูชิปลาซาบะอีกอย่างหนึ่งเรียกว่า มัตสึมาเอะซูชิ (松前寿司) ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะห่อด้วยมัตสึมาเอะคอมบุ (松前昆布) แล้วชื่อมัตสึมาเอะคอมบุก็มาจากชื่อท้องที่มัตสึมาเอะทางด้านใต้ของเกาะฮอกไกโด ที่ซึ่งเขาเก็บคอมบุแบบนี้ได้ แต่ก่อนเขาเก็บได้ก็เอาใส่เรือขนมาจากฮอกไกโดถึงโอซาก้า

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับน่าอร่อยกันทั้งนั้นเลยใช่ไหมครับ สำหรับผู้เขียนแล้วซาบะซูชิแบบเกียวโตนี่ดูหรูน่ากินจริงๆ เพราะว่าเนื้อปลามาเน้นๆ เต็มๆ คำ แต่ว่าซาบะซูชิแบบที่ทำเป็นซูชิแท่งแล้วหั่นเป็นแว่นๆ เน้นๆ ซาบะเต็มคำแบบเกียวโตนี่ ผู้เขียนยังไม่มีโอกาสได้กินตอนที่อยู่ในเมืองไทยนะครับ เพราะว่าตามร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยเขามักจะทำออกมาเป็นนิกิริซูชิธรรมดาๆ มากกว่า ส่วนบัตเตระนี่ในไทยเคยเห็นมีบางภัตตาคารขายนะครับ เดี๋ยวมีโอกาสผู้เขียนจะมาเล่าถึงซูชิอีกแบบหนึ่งซึ่งเคยกินญี่ปุ่นนั่นก็คือซูชิห่อใบพลับ (คาคิ โนะ ฮะ ซูชิ) ซึ่งเคยกินหน้าปลาแซลมอนและหน้าปลาซาบะดอง ขอให้เจริญอาหารนะครับ  สล็อตเว็บตรง

อร่อยจริงกับวิธีทำไก่ทอดญี่ปุ่นที่ไม่ว่าจะทำกี่ครั้งก็อร่อยทุกครั้ง

คงไม่ปฏิเสธว่าไก่ทอดญี่ปุ่นหรือไก่ทอดคาราอาเกะ (唐揚げ) นั้นเป็นเมนูอาหารที่โปรดปรานของคนทุกเพศวัย อย่างไรก็ดี การทอดไก่ให้อร่อยเนื้อนุ่มในกรอบนอกนั้นไม่ง่ายเลย ดังนั้นคราวนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับวิธีการทำไก่ทอดญี่ปุ่นที่ไม่ว่าจะทำกี่ครั้งก็อร่อยทุกครั้งกันค่ะ

เคล็ดลับความอร่อยแบบง่ายๆ

การเลือกเนื้อไก่

การเลือกชนิดของเนื้อไก่ที่จะใช้ทอดนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล หากชอบไก่ทอดที่มีเนื้อนุ่มรสชาติเข้มข้นก็ควรเลือกเนื้อส่วนสะโพก หากชอบไก่ทอดสีอ่อนและออกแนวรักสุขภาพหน่อยก็เลือกเนื้อส่วนอกไก่ วิธีการเตรียมเนื้อไก่ก็ให้ตัดเอาส่วนเส้นเอ็นและไขมันออก เพราะเส้นเอ็นและไขมันจะไปทำให้ไก่ทอดเสียรสชาติได้

การหมักเครื่องปรุง

วิธีการหมักเพื่อให้ได้ไก่ทอดที่มีรสชาติอร่อยนั้นต้องมีการหมักตามลำดับ จากเครื่องปรุงก่อนแล้วจึงเติมน้ำมันงาทีหลังเพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าสู่เนื้อไก่ได้อย่างเต็มที่ โดยการเติมน้ำมันงาลงไปหลังสุดจะช่วยเก็บกลิ่นหอมอร่อยของเครื่องปรุงไว้ในเนื้อไก่ได้เป็นอย่างดี

การชุบแป้งทอด

วิธีการชุบแป้งให้ทอดไก่ออกมากรอบทำได้สองขั้นตอนดังนี้คือ ขั้นแรกเติมแป้งสาลีลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อน แล้วจึงเติมแป้งมันฝรั่งลงไปคลุกเคล้าให้พอเข้ากัน แป้งสาลีจะช่วยจับให้เครื่องปรุงรสติดเนื้อไก่มากขึ้นและทำให้ไก่ทอดมีเนื้อในนุ่ม ส่วนแป้งมันฝรั่งจะทำให้ไก่ทอดกรอบนอก

การทอด

วิธีการทอดไก่ให้อร่อยนั้นต้องเริ่มจากทอดในน้ำมันที่มีอุณหภูมิกลางค่อนไปทางอ่อน (ประมาณ 160-170 องศาเซลเซียส) จนเนื้อไก่มีสีออกเหลืองอ่อน แล้วจึงตักพักไว้ประมาณ 3 นาที จากนั้นจึงนำทอดในน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 180 องศาเซลเซียสด้วยเวลาที่สั้น ซึ่งจะทำให้ได้ไก่ทอดที่มีเนื้อนุ่มในกรอบนอก

การเตรียมน้ำมันที่มีอุณหภูมิกลางทำได้โดยการตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางและทดสอบโดยจุ่มตะเกียบไม้ลงในน้ำมัน เมื่อนับ 1 ก็จะเห็นฟองอากาศปริมาณพอสมควรผุดออกมาจากตะเกียบ ส่วนวิธีการเตรียมน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูงทำได้โดยการตั้งกระทะน้ำมันบนไฟแรง และทดสอบน้ำมันโดยการจุ่มตะเกียบไม้ลงในน้ำมัน จะมีฟองอากาศผุดออกมาจากตะเกียบทันที

วิธีการทำไก่ทอดญี่ปุ่นสูตรกรอบอร่อย

วัตถุดิบ

  • เนื้อสะโพกไก่ 320 กรัม
  • ขิง 1 แง่ง (นำมาขูดหรือบดให้ละเอียด)
  • กระเทียม 1 กลีบ (นำมาขูดหรือบดให้ละเอียด)
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทย 1/4 ช้อนชา
  • สาเกปรุงอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งมันฝรั่ง 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.นำไก่มาล้างทำความสะอาด ใช้มีดตัดเอาเส้นเอ็นและไขมันออก จากนั้นหั่นให้ได้ประมาณ 8-10 ชิ้น

2.เติมเครื่องปรุงรสลงไปในไก่ตามลำดับดังนี้ เกลือและพริกไทย คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วจึงเติมขิงและกระเทียมขูดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเติมสาเกปรุงอาหารและโชยุลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันและวางไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นเติมน้ำมันงาและคลุกเคล้าเพียงพอเข้ากัน

3.นำไก่มาคลุกเคล้าด้วยแป้งสาลีให้เข้ากันจากนั้นจึงคลุกเคล้าด้วยแป้งมันฝรั่ง

 

4. นำไก่ลงทอดในน้ำมันร้อนที่ตั้งบนไฟกลางโดยค่อยๆ หย่อนไก่ลงไปในน้ำมันและทอดประมาณ 1 นาทีครึ่ง แล้วจึงกลับด้านทอดอีก 1 นาทีครึ่ง (หากเป็นเนื้อส่วนอกให้ทอดด้านละ 1 นาที) จากนั้นตักไก่พักไว้ประมาณ 3 นาที เตรียมมันร้อนโดยปรับเป็นไฟแรง นำไก่ที่วางพักไว้ลงไปทอดประมาณ 1 นาที (เวลาใส่ไก่ลงไปอีกครั้งให้ระวังน้ำมันกระเด็นใส่) พลิกกลับด้านไก่ 1-2 ครั้งและระวังไก่ไหม้ เมื่อไก่ทอดมีสีน้ำตาลก็ตักขึ้นมาวางให้สะเด็ดน้ำมันและเสิร์ฟพร้อมกับมะนาวเหลืองและผักตามชอบ

ผู้เขียนทอดไก่ตามวิธีดังกล่าวให้สมาชิกในครอบครัวรับประทานบ่อย และลูกชายมักจะบอกว่าไก่ทอดแม่อร่อยกว่าร้านอาหารเยอะเลย ลองทำดูนะคะ    สล็อตเว็บตรง

จิบกาแฟ (แทนชา?) กับขนมญี่ปุ่น…เมื่อร้านขนมเก่าแก่จากเกียวโตเปิดตัวกาแฟสูตรพิเศษ

เกียวโตเป็นเมืองที่เราสามารถพบเห็นร้านขนมญี่ปุ่นหรือ “วากาชิ” (和菓子) ที่น่าสนใจได้มากมายหลายร้าน ซึ่ง Suetomi (末富) ก็เป็นหนึ่งในร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่เกียวโตมาเกือบ 130 ปี และนำเสนอขนมญี่ปุ่นที่คงเทคนิคและสไตล์ใกล้เคียงกับต้นตำรับไว้ให้มากที่สุด ว่ากันว่าถั่วแดงกวนที่ใช้ทำไส้ของขนม ทางร้านบรรจงทำอย่างพิถีพิถันโดยใช้เวลาทำถึง 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว

 

Suetomi เป็นร้านที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี โชวะ 26 (ค.ศ. 1893) และได้รับเลือกให้เป็นผู้ทำขนมญี่ปุ่นสำหรับใช้ในงานพิธีชงชาสำคัญๆ หลายงาน

 

แม้จะก่อตั้งมายาวนาน Suetomi ก็ยังคงเป็นที่นิยมโด่งดังจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าบรรดาเซเลบคนดังต่างๆ ก็ยังแวะเวียนมาอุดหนุนร้านนี้

 

เปลี่ยนจากจิบชามาจิบกาแฟกับขนมญี่ปุ่น

ตามปกติแล้ว เรามักจะรับประทานขนมญี่ปุ่นกับชาชนิดต่างๆ ในขณะที่เครื่องดื่มที่ได้รับวัฒนธรรมจากตะวันตกอย่างกาแฟ ไม่ค่อยได้รับความนิยมในการดื่มกับขนมญี่ปุ่นเท่าไรนัก แต่ร้าน Suetomi ได้คิดค้นกาแฟสูตรเฉพาะของร้าน ที่ว่ากันว่าสามารถจิบคู่กับขนมได้อย่างลงตัว โดยตั้งชื่อแบรนด์ตามชื่อร้านคือ Suetomi Coffee

Suetomi Coffee เป็นเมล็ดกาแฟที่คัดสรรพิเศษจากกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ที่พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกพื้นที่ ขั้นตอนการปลูก การเก็บเกี่ยว จนถึงขั้นตอนการคั่วจนกลายเป็นเมล็ดกาแฟที่บรรจุถุงพร้อมวางขาย ซึ่งเมล็ดกาแฟประเภทนี้จะมีผลผลิตต่อการปลูกครั้งหนึ่งค่อนข้างน้อย จึงมีราคาสูงกว่าที่วางจำหน่ายทั่วไป หรือ Commercial grade

นอกจากการคัดเลือกเมล็ดคุณภาพสูงแล้ว ทางร้าน Suetomi ยังได้คิดสูตรการผสมเมล็ดแบบต่างๆ รวมไปถึงการกำหนดระดับการคั่ว (อ่อน-กลาง-เข้ม) ให้ได้เป็นรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะของตัวเอง (House Blend) เนื่องจากต้องการให้รสชาติของกาแฟเข้ากับขนมญี่ปุ่นมากที่สุด

ประเภท Suetomi Coffee ที่เลือกดื่มได้

จากการลองผิดลองถูกจนได้รสชาติที่ทางร้านคิดว่าดีที่สุด ปัจจุบัน Suetomi Coffee มีให้ลูกค้าเลือกซื้อเลือกดื่มทั้งหมด 2 แบบ นั่นคือ แบบแรกเป็นแบบมาตรฐานของร้าน (いつものコーヒー) ที่จะคั่วในระดับปานกลางถึงเข้ม ทำให้มีกลิ่นและรสชาติที่ออกเข้ม ให้เข้ากับขนมญี่ปุ่นที่มีรสหวานนำ

 

ส่วนแบบที่สอง ทางร้านตั้งชื่อให้อย่างน่ารักว่า “กาแฟแห่งการพบเจอ” (出逢いのコーヒー) จะเป็นเมล็ดที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกเดือน จุดเด่นของกาแฟแบบนี้คือลูกค้าจะได้รับรู้รสชาติที่หลากหลาย และยังได้ลุ้นว่าเดือนนี้จะได้กาแฟที่มีรสชาติหรือกลิ่นแบบไหน เพื่อมาดื่มคู่กับขนมของร้านอีกด้วย

ปัจจุบันมีเมล็ดกาแฟนี้วางขายทั้งหน้าร้านและสามารถสั่งซื้อเมล็ดกาแฟผ่านทางเว็บไซต์ ลูกค้าสามารถเลือกซื้อเป็นเซ็ต ซึ่งทางร้านจะจับคู่ให้กับขนมญี่ปุ่นที่จะเหมาะกับการไปรับประทานคู่กับกาแฟด้วย      สล็อตเว็บตรง

สำหรับใครที่อยู่ญี่ปุ่น จะลองสั่งทั้งกาแฟและขนมผ่านเว็บไซต์ของร้านดูก็ได้นะคะ ผู้เขียนในฐานะที่ชอบทั้งกาแฟและขนมญี่ปุ่น ถ้ามีโอกาสไปเกียวโตก็อยากจะแวะไปอุดหนุนเหมือนกันค่ะ

ข้อมูลร้าน Suetomi (末富)
295 Tamatsushimacho, Shimogyo Ward, Kyoto, 600-8427

5 อันดับประเภทขนมญี่ปุ่นยอดนิยม

ขนมญี่ปุ่น เป็นขนมที่อยู่คู่กับคนญี่ปุ่นมาอย่างช้านาน ก่อนที่ชาติตะวันตกจะเข้ามาเผยแพร่ขนมตะวันตกในสมัยเมจิ ขนมญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบหลักคือแป้งและถั่ว ทำให้ได้ความรู้สึกนุ่มหวานอร่อยยามลิ้มชิมรส แม้ว่าสมัยนี้ ขนมชาติตะวันตกจะเป็นที่นิยมในหมู่คนญี่ปุ่นมากขึ้นจนหาซื้อได้ทั่วไป แต่ขนมญี่ปุ่นบางชนิดก็ยังติดตรึงในใจจนหาอะไรมาแทนไม่ได้ ลองทายซิว่ามีขนมญี่ปุ่นประเภทไหนบ้างที่โดนใจและเป็นนิยมมากที่สุด 5 อันดับ ไปดูกันเลย

อันดับที่ 5 ซากุระโมจิ

ซากุระโมจิ ขนมญี่ปุ่นสีชมพูสุดน่ารักอันเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิ วัตถุดิบที่ใช้ก็ตามชื่อเลย คือใช้ซากุระในการทำโมจิ ทำให้ยามที่ลิ้มรสจะได้กลิ่นหอมหวานของซากุระ รับรู้ได้ถึงความเป็นฤดูใบผลิอย่างเต็มเปี่ยม ว่าแต่ รู้หรือไม่ว่าซากุระโมจิของภูมิภาคคันไซกับคันโตนั้นไม่เหมือนกันนะ! ของคันไซจะเห็นเหมือนเป็นเม็ดข้าว ส่วนของภูมิภาคคันโต แป้งจะเรียบลื่นเหมือนเครป

อันดับที่ 4 วาราบิโมจิ

เป็นขนมญี่ปุ่นที่หลายๆ คนนิยมกินในหน้าร้อน ด้วยความที่ให้รสสัมผัสหนึบหนับผสมผสานกับความหวานเล็กน้อยทำให้ยิ่งกินก็ยิ่งติดใจ ปกติแล้วขนมชนิดนี้จะกินกับผงแป้งคินาโกะหรือราดด้วยน้ำเชื่อมสีดำคุโระมิทสึ แต่ไม่ว่าจะกินคู่กับอะไรก็ให้รสชาติที่ต่างกันทำให้สามารถกินได้อย่างเพลิดเพลิน ด้วยความที่กินง่ายทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจใครหลายคนแม้แต่ในหมู่ผู้สูงอายุ

อันดับที่ 3 ไทยากิ

ขนมรูปปลาไทซึ่งถือเป็นปลาแห่งโชคลาภของญี่ปุ่น ในวันที่อากาศหนาวๆ แค่ได้กินไทยากิร้อนๆ ทำเสร็จใหม่ๆ ก็รู้สึกอบอุ่นไปทั้งร่างกาย แม้ช่วงนี้จะมีขนมไทยากิไส้ต่างๆ ขายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไส้คัสตาร์ด ช็อกโกแลตที่ให้ความรู้สึกผสมผสานกับขนมตะวันตก หรือไส้เกาลัด ซากุระ ที่ให้ความรู้สึกถึงฤดูกาล แต่ไส้ไทยากิยอดนิยมก็ยังคงเป็นถั่วแดงที่ถือเป็นไส้ต้นตำรับมาตั้งแต่เมื่อก่อนอยู่ดี

อันดับที่ 2 มิตาระชิดังโงะ

เป็นขนมก้อนแป้งโมจิเคลือบด้วยน้ำตาลโชยุที่คนญี่ปุ่นหลายคนต้องเคยกินสักครั้งอย่างแน่นอน ด้วยรสชาติหวานๆ เค็มๆ และความเหนียวนุ่มหนุบหนับทำให้เป็นที่นิยมทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ มิตาราชิดังโงะไม่ได้ขายเพียงแค่ในร้านขนมญี่ปุ่นเท่านั้น แม้แต่ในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อก็ยังมีวางขาย เป็นขนมญี่ปุ่นที่หาซื้อได้ง่ายมาก

อันดับที่ 1 ไดฟุกุ

 

ถ้าเป็นขนมชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านขนมญี่ปุ่นที่ไหนๆ ต้องมีวางขายอย่างแน่นอน ถั่วแดงกวนหุ้มด้วยแป้งโมจิเหนียวนุ่มแสนอร่อย ทำให้เป็นขนมยอดฮิตถูกปากคนญี่ปุ่นตั้งแต่เด็กยันคนหนุ่มคนสาวคนแก่คนเฒ่ามาอย่างยาวนาน ยิ่งในสมัยนี้มีไดฟุกุหลากหลายรสชาติให้เลือกสรรตามความชอบของตน ไม่ว่าจะเป็นไดฟุกุถั่วดำ ไดฟุกุสตรอว์เบอร์รี ไดฟุกุครีม ไดฟุกุผลไม้ ยิ่งทำให้เพลิดเพลินไปกับการลิ้มรสไดฟุกุแบบต่างๆ ได้อย่างเอร็ดอร่อย

ถึงแม้ว่าขนมที่กล่าวไปด้านบนจะเป็นขนมที่อยู่คู่คนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน แต่ความนิยมก็ไม่ได้เสื่อมถอยลงไปเลย กลับกัน มีบางร้านที่ปรับให้เข้ากับยุคสมัยใหม่มากขึ้นด้วยการเสริมรูปลักษณ์ให้น่ารักน่ากิน คนแชร์ลงโซเชียลเป็นไวรัล หรือมีการปรับเปลี่ยนรสชาติให้หลากหลายมากขึ้น ทำให้ยังคงเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้  สล็อตเว็บตรง

7 ที่พักแคปซูล ในโตเกียว ตกแต่งเก๋ ไม่พักได้หรอ

การไปเที่ยวญี่ปุ่นของนักท่องเที่ยวไทย นอกจากความแตกต่างเรื่องอากาศแล้ว คิดว่าน่าจะเพราะความน่ารักของผู้คน บ้านเมือง วัฒนธรรมอาหาร และความเป็นชาตินิยมของญี่ปุ่นเองนั่นแหละ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งใหลเข้ามาสัมผัสกันเป็นจำนวนมาก ด้วยเพราะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมากทำให้ประเทศญี่ปุ่นเองมีที่พักให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบโรงแรมขนาดใหญ่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย เรียวกังแบบญี่ปุ่นแท้ โฮสเทลราคาถูก หรือที่พักสไตล์แคปซูลที่ตกแต่งไว้อย่างเก๋ไก๋เหมาะแก่นักท่องเที่ยวยุคใหม่เป็นอย่างมาก

ปัจจุบันเหล่านักเบ็คแพ็คเกอร์ให้ความสนใจที่พักแบบแคปซูล เพราะราคาไม่สูง มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบและพิกัดอยู่ใจกลางเมือง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีงบจำกัด และเพื่อความสะดวกสำหรับคนที่กำลังมองหาที่พักแคปซูลในโตเกียว เราได้รวบรวมมาไว้ให้แล้วที่นี่

1. Spa & Capsule Hotel GrandPark-Inn Kitasenju

ขอเริ่มต้นด้วยที่พักสไตล์แคปซูลสุดปังอย่าง Spa & Capsule Hotel GrandPark-Inn Kitasenju พิกัดใจกลางเมืองโตเกียว เป็นที่พักตกแต่งไว้อย่างทันสมัย มีอ่างอาบน้ำรวมแต่ไม่ต้องกังวลเพราะ​​สะอาดแน่นอน แต่ต้องใจสู้หน่อยนะเพราะอ่างอาบน้ำต้องแก้ผ้าอาบด้วยนะ แต่เพื่อเข้าถึงความเป็นญี่ปุ่นที่แท้จริงลองดูไปเลยถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ เพราะถ้ากลับมาไทยคงไม่มีโอกาสได้ทำ

  • ราคาเริ่มต้น 7xx บาท
  • จองที่พัก Spa & Capsule Hotel GrandPark-Inn Kitasenju กับ Traveloka

2. Sauna & Capsule Hotel Dandy – Caters to Men

ต้องรีบบอกก่อนเลยว่าที่ Sauna & Capsule Hotel Dandy – Caters to Men รับเฉพาะผู้ชายเท่านั้น ส่วนสาวๆ อาจต้องเดินหน้าไปหาที่พักแคปซูลข้างหน้านะ ที่นี่มีความโดดเด่นในเรื่องที่ตั้งด้วยเพราะอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวในโตเกียวหลายแห่ง ที่สำคัญเดินทางสะดวกมากเพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเจอาร์อุเอโนะ ส่วนที่พักก็สะดวกสบายเช่นกันแต่ละแคปซูลมีพรี WiFi ทีวี วิทยุ นาฬิกาปลุก ไว้ให้บริการนอนคนเดียวก็ไม่เหงาแน่นอน

  • ราคาเริ่มต้น 6xx บาท
  • จองที่พัก Sauna & Capsule Hotel Dandy – Caters to Men กับ Traveloka

3. NADESHIKO HOTEL SHIBUYA – Caters to Women

ได้เวลาของสาวๆ แล้ว เพราะเมื่อกี้เพิ่งไปส่งหนุ่มๆ เข้าที่พักมา ที่นี่เป็นที่พักแคปซูลที่รับเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยจึงมีให้แบบ 100% ไปเลย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมาก ห้องพักส่วนกลางกว้างขวาง เน้นการตกแต่งในแบบญี่ปุ่น ที่นอนสะอาดเตียงนอนนุ่มหลับสนิทสบาย อีกทั้งห้องอาบน้ำก็สะอาดมีมากพอสำหรับแขกผู้เข้าพัก โดยห้องน้ำจะเป็นการอาบน้ำสไตล์ญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ใหม่ที่น่ารักมากๆ เช่นกัน นอกจากนี้รอบๆ ที่พักก็เต็มไปด้วยร้านอาหารท้องถิ่นใครสายกินก็อุ่นใจได้เลย

  • ราคาเริ่มต้น 1,6xx บาท
  • จองที่พัก NADESHIKO HOTEL SHIBUYA – Caters to Women กับ Traveloka

4. Tokyo Ginza Bay Hotel

เป็นที่พักแคปซูลที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมากเลยทีเดียว หากเอ่ยชื่อ Tokyo Ginza Bay Hotel คนโตเกียวส่วนใหญ่จะร้องอ๋อทันที ที่พักตกแต่งทันสมัย มีความใหม่ สะอาดสะอ้าน มาพร้อมความสะดวกสะบาย มีชุดยูกาตะให้ใส่ด้วย ครบเครื่องเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ปลอดภัยเพราะมีเซอร์วิส 24 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับราคาที่ได้จ่ายไปต้องบอกว่า คุ้มในคุ้มเพราะอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ใกล้ตลาดปลา Tsukiji สาวกซูชิ ซาซิมิ ปลื้มกันน่าดูเลย

  • ราคาเริ่มต้น 9xx บาท
  • จองที่พัก Tokyo Ginza Bay Hotel กับ Traveloka

5. ENAKA Asakusa Central Hostel

เป็นที่พักแคปซูลที่มีที่ตั้งดีมากเหมาะกับการท่องเที่ยว เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินอาสากุซะเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ส่วนเรื่องปากท้องก็หายห่วงเพราะย่านนี้ขึ้นชื่อเรื่องร้านอาหารเยอะแยะเต็มไปหมด มาในส่วนของโรงแรมตกแต่งไว้อย่างสวยงามผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและความทันสมัยไว้ได้อย่างลงตัว ที่พักแคปซูลเตียงกว้างขวางไม่แออัด มีตู้เสื้อผ้าให้ ห้องอาหาร ห้องส่วนกลางโปร่งโล่ง ห้องอาบน้ำสะอาดมีฝักบัวบริการจ่ายเพียงแค่ราคาหลักร้อยเกินคุ้มเลยทีเดียว

  • ราคาเริ่มต้น 7xx บาท
  • จองที่พัก ENAKA Asakusa Central Hostel กับ Traveloka

6. Shinjuku Kuyakusho Mae Capsule Hotel

 

เรื่องทำเลที่ตั้งดีมากเช่นกัน สำหรับที่พักแคปซูลแห่งนี้ ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเจอาร์ ชินจูกุ ใกล้แหล่งช้อปปิง ร้านอาหาร ตลาดมีให้เดินเล่นเพื่อใช้จ่ายเงินกันตลอดตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่หากไม่สะดวกออกไปกินข้างนอกทางที่พักก็มีร้านอาหารไว้บริการสั่งกินได้ในที่พักเลยซึ่งรสชาติก็อร่อยไม่แพ้ร้านข้างนอกเลย มาในส่วนของที่นอนตู้นอนที่นี่ค่อนขว้างกว้าง นอนสบาย สะอาด บรรยากาศสงบถึงแม้จะอยู่ในแหล่งผู้คนพลุกพล่านแต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ มารบกวนได้ ส่วนในเรื่องของห้องน้ำเป็นแบบอาบน้ำรวม สำหรับผู้ชายเป็นออนเซ็นแต่ต้องแก้ผ้าหมดเลย มีอุปกรณ์ในการอาบน้ำแต่งตัว ชุดนอนสไตล์ญี่ปุ่นครบครัน

  • ราคาเริ่มต้น 8xx บาท
  • จองที่พัก Shinjuku Kuyakusho Mae Capsule Hotel กับ Traveloka

7. First Cabin Tsukiji

เป็นที่พักแคปซูลสไตล์พรีเมี่ยม เพราะมีที่พักให้เลือกหลายแบบทั้งแบบแคปซูลไซส์ทั่วไป หรือเป็นแบบเฟิร์สคลาสไซส์ก็จะกว้างขวางขึ้นมา แต่ห้องไซส์ปกติก็พักผ่อนได้อย่างสบายเช่นกัน ที่นอนก็นุ่ม สะอาดหลับสบาย มี WiFi ฟรี ทีวีไว้ให้เปิดดูรายการขำๆ ของญี่ปุ่นได้อย่างเพลิดเพลิน อีกทั้งสาวๆ ก็หายห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะระหว่างผู้หญิงและผู้ชายจะพักแยกชั้นกัน สาวๆ คนไหนมาเที่ยวคนเดียวสบายใจได้เลยนะ    สล็อตเว็บตรง

  • ราคาเริ่มต้น 1,2xx บาท
  • จองที่พัก First Cabin Tsukiji กับ Traveloka

สนในที่พักในโตเกียวนอกจากที่พักสไตล์แคปซูล ก็สามารถเข้าไปเช็คราคาและจองกับ Traveloka ได้ที่ ลิงค์นี้ และเมื่อได้ที่พักแล้วแต่ยังไม่รู้ว่า จะไปหาข้อมูลเที่ยวที่ไหนก็สามารถเข้าดูทริปต่างๆ จากบล็อกเกอร์ชื่อดังได้ ที่นี่ ทริปญี่ปุ่นดีๆ รอคุณอยู่เพียบเลย

หลากหลายเรื่องน่ารู้น่าสนใจเกี่ยวกับดอกไฮเดรนเยียในญี่ปุ่น

เดือนมิถุนายนจัดว่าเป็นช่วงฤดูฝนของญี่ปุ่น ดอกไม้ชนิดหนึ่งที่บานสวยงามอยู่ทั่วไปในช่วงหน้าฝนตั้งแต่บ้านเรือน ริมถนน สวนสาธารณะ ไปจนถึงประสาท วัด และศาลเจ้าสำคัญต่างๆ สร้างความสดใสให้กับช่วงฤดูฝนได้ดีเยี่ยมคือ ดอกไฮเดรนเยีย (hydrangea) หรือ อะจิไซ (あじさい) มารู้หลากหลายเรื่องที่น่าสนใจของดอกไฮเดรนเยียหรืออะจิไซกันนะคะ

ลักษณะของดอกไฮเดรนเยียและปัจจัยที่ทำให้ดอกไฮเดรนเยียมีสีต่างๆ

ในญี่ปุ่นต้นไฮเดรนเยียที่ขึ้นอยู่ทั่วไปมักเป็นพันธุ์ Bigleaf Hydrangea ซึ่งเป็นไม้พุ่มใบใหญ่ที่มีดอกเป็นช่อสีฟ้า-ม่วงหรือชมพูขึ้นกับความเป็นกรดและด่างของดินที่ใช้ปลูก โดยหากดินมีความเป็นกรดสูงดอกไฮเดรนเยียจะมีสีฟ้าถึงม่วง หากดินมีความเป็นกลางถึงด่างที่มีค่า pH มากกว่า 6.5 ดอกไฮเดรนเยียจะมีสีชมพู

เหตุที่ดอกไฮเดรนเยียมีสีแตกต่างกันเนื่องมาจากหลักการง่ายๆทางวิทยาศาสตร์คือ ในกลีบดอกของไฮเดรนเยียมีสารสีที่เรียกว่า Myrtillin ซึ่งให้สีชมพูของดอกในสภาวะที่ดินที่ปลูกมีสภาวะที่เป็นด่าง หากดินที่ปลูกมีสภาวะเป็นกรดจะเพิ่มการละลายของธาตุอะลูมิเนียมในดินทำให้พืชสามารถดูดซับธาตุอะลูมิเนียมเข้าสู่ต้นและดอกได้มากขึ้น ที่ดอกอะลูมิเนียมที่ถูกดูดซับเข้าไปจะจับกับสารสี Myrtillin และสารสีร่วมอีกชนิดคือ Acyl quinic acid ส่งผลให้ดอกไฮเดรนเยียมีสีน้ำเงินหรือม่วง ส่วนไฮเดรนเยียที่มีดอกสีขาว เช่น ดอกไฮเดรนเยียพันธุ์แอนนาเบล (Annabelle) จะเป็นสายพันธุ์ที่ให้ดอกสีขาวตลอดไม่ว่าค่าดินจะเป็นกรดหรือด่าง นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีพันธุ์ใหม่คือพันธุ์ Pink Annabelle ที่ให้ดอกสีชมพูไม่เปลี่ยนแปลงตามความเป็นกรดเป็นด่างของดินด้วย

วิธีการเปลี่ยนสีดอกไฮเดรนเยีย

วิธีการปลูกและดูแลเอาใจใส่เพื่อให้ดอกของต้นไฮเดรนเยียเปลี่ยนสีสามารถทำง่ายๆ โดยการเติมสารเคมีชื่อ อะลูมิเนียมซัลเฟตลงไปในดินเพื่อให้ได้ดอกไฮเดรนเยียสีน้ำเงินเข้มขึ้น และเติมปูนขาวลงไปในดินเพื่อให้ได้ดอกสีชมพูเข้มขึ้น

ไฮเดรนเยียสัญลักษณ์แห่งฤดูฝน

เมื่อเข้าสู่หน้าฝนคนญี่ปุ่นมักจะคุ้นเคยกับโปสเตอร์ แผ่นพับและป้ายโฆษณาที่มีรูปดอกไฮเดรนเยียสีสันสวยงาม ซึ่งเป็นหนึ่งในค่านิยมว่าคนญี่ปุ่นมีความผูกพันกับฤดูกาล นอกจากไฮเดรนเยียแล้วก็มักมีรูปหอยทากทัวเล็กๆและกบภูเขาสีเขียวหน้าตามีความสุขบนดอกไฮเดรนเยีย อันบ่งบอกฤดูฝนอันชุ่มฉ่ำได้เข้ามาเยือน

 

ขนมหวานง่ายๆในยามชมดอกไฮเดรนเยีย

ขนมหวานแบบญี่ปุ่นชนิดหนึ่งที่มักวางขายในช่วงการบานของดอกไฮเดรนเยียคือ ขนมดอกไฮเดรนเยียที่ได้จากการนำถั่วขาวกวนที่ผ่านการปั้นเป็นก้อนกลมมาห่อหุ้มด้วยวุ้นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากสี (สีม่วง น้ำเงิน ฟ้าหรือ ชมพู) การได้ลิ้มรสขนมหวานและดื่มชาไปในระหว่างการนั่งชมดอกไฮเดรนเยียนั้นเป็นความสุขง่ายๆที่หาได้ไม่ยากเลยค่ะ  สล็อตเว็บตรง

ชีวิตนี้ต้องไปสักครั้ง! 8 สุดยอดโรงแรมหรูพร้อมวิวขั้นเทพในโอกินาว่า

โอกินาว่า เกาะเล็ก ๆ ทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ไปเที่ยวทั้งทีจะดีแค่ไหนนะ ถ้าเราได้เข้าพักที่โรงแรมสวยหรู รับประทานเซ็ทอาหารแสนอร่อยฝีมือเชฟมือทอง นอนแช่น้ำชมวิวทะเลยามพระอาทิตย์ตกดิน… ไม่มีอะไรจะเยียวยากายใจได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจะขอแนะนำโรงแรมหรู 8 แห่งในโอกินาว่าที่น่าไปพักสุด ๆ เพราะหลังจากที่เหนื่อยล้าจากการเที่ยวทั้งวัน เมื่อมาถึงโรงแรมที่มีพร้อมทั้งบรรยากาศและบริการแบบนี้ คงช่วยให้ผ่อนคลายได้ไม่น้อยเลยค่ะ

1. HYAKUNA GARAN HOTEL (百名伽藍)

โรงแรมหรูริมทะเลที่ตั้งอยู่บนชายหาดและบนถ้ำที่ล้อมรอบด้วยภูเขา สามารถมองเห็นวิวทะเลอันกว้างขวางจากระเบียงไม้ของห้องพักได้แบบพาโนราม่าเลยทีเดียว เป็นโรงแรมแบบโอกินาว่าที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นและวัฒนธรรมริวกิวของชาวโอกินาว่าได้เข้ากันอย่างลงตัว บริเวณใกล้ ๆ โรงแรมเป็นที่ตั้งอยู่ของถ้ำที่มีพระพุทธรูปเก่าแก่ รวมทั้งชายหาดสวยงามที่สามารถลงไปเดินเล่นได้โดยไม่ไกลจากห้องพักนัก

พระพุทธรูปเก่าแก่ที่อยู่ในถ้ำใกล้ ๆ โรงแรม

สำหรับห้องออนเซ็นก็เป็นแบบส่วนตัวทำให้สามารถผ่อนคลายหลังจากการเที่ยวเหนื่อยทั้งวันโดยไม่ต้องแชร์กับใคร อีกทั้งสามารถหย่อนกายพักผ่อนในน้ำพุร้อนกลางแจ้งที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ของภูเขาขณะพักผ่อนได้ด้วย หรือจะเข้าไปใช้บริการสปาของโรงแรมก็ได้

ภัตตาคารของโรงแรมแห่งนี้ให้บริการอาหารเย็นในสไตล์ญี่ปุ่น “ไคเซกิ (Kaiseki)” พร้อมด้วยวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่นของโอกินาว่า เรียกได้ว่าถ้ามาพักโรงแรงนี้แล้วจะได้บรรยากาศของโอกินาว่าครบวงจรเลยทีเดียว

เช็ทอาหารสไตล์ญี่ปุ่น “ไคเซกิ”
กลางโรงแรมมีการจัดสวนคล้ายป่าขนาดย่อมตามทางเดินเชื่อม ทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศที่รื่นรมย์คล้ายกับอยู่ในป่าเล็ก ๆ
วิวทะเลและภูเขายามโพล้เพล้ที่มองเห็นได้จากระเบียงไม้ของห้องพัก
ชายหาดสีขาวนวลที่สามารถลงไปเดินเล่นได้ห่างเพียงไม่กี่ก้าวจากห้องพัก

การเดินทาง สามารถเดินทางได้ด้วยรถยนต์จากสนามบินนาฮะใช้เวลาเพียงแค่ 35 นาทีเท่านั้น

เว็บไซต์: hyakunagaran.com

2. HOSHINOYA Taketomi (星のや竹富)

รีสอร์ทหรูที่ตั้งอยู่ในเกาะทาเคโทมิ เกาะอันเงียบสงบที่มีประชากรราว ๆ 360 คนเท่านั้น จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังหาที่พักผ่อนหย่อนใจแบบสงบ ๆ การออกแบบในการสร้างสรรค์รีสอร์ทได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเกาะทาเคโทมิ เน้นความหรูหราสะดวกสบายของรีสอร์ท แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของหมู่เกาะนี้ไว้โดยการมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงอันเป็นหลังคาเอกลักษณ์แบบวัฒนธรรมริวกิว ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้มีไม่มากนัก เวลาที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจึงมีเสียงพูดต้อนรับเบา ๆ เล็ดลอดออกมาจากในบ้าน

บ้านหลังเล็ก ๆ มีหาดทรายขาวเชื่อมต่อกับบ้านของหมู่บ้าน แม้แต่ทรายที่เข้าไปในรองเท้าแตะก็ยังรู้สึกได้ถึงความรักและความอบอุ่นของเกาะแห่งนี้ หมู่บ้านของเกาะทาเคโทมิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่อนุรักษ์อาคารแบบดั้งเดิมที่สำคัญของญี่ปุ่น รูปปั้นซีซ่าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนหลังคาบ้านแสดงถึงวัฒนธรรมแบบริวกิว กำแพงหินของตัวบ้านถูกสร้างจากหินประการังที่เรียกว่า “กุก (GOOK)” เพื่อช่วยป้องกันบ้านจากแรงลม รีสอร์ทแห่งนี้ถือคติที่ว่า ไม่เพียงแต่ซีซ่าหรือหินประการังเท่านั้นที่เราต้องปกป้อง แต่รวมไปถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในเกาะแห่งนี้ด้วย

อาหารของรีสอร์ทแห่งนี้เน้นหลักของการใช้วัตถุดิบพื้นเมืองมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร อาหารที่ขึ้นชื่อของทีนี่ อย่างเช่น อุซันมิ อาหารขึ้นชื่ออันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่า และยังมีอาหารพื้นเมืองแบบใหม่ที่ผสมผสานเทคนิคการทำอาหารแบบฝรั่งเศสที่เรียกว่า นูแวลริวกิว (Nouvelle Ryukyu) อีกด้วย

การเดินทาง หากเดินทางออกจากโอกินาว่า ให้ขึ้นเครื่องที่สนามบินนาฮะของโอกินาว่า มาลงสนามบินที่ใกล้ที่สุดคือสนามบินนิว อิชิกะกิ (New Ishigaki Airport) ซึ่งอยู่ห่างจาก HOSHINOYA Taketomi Island เป็นระยะทาง 17 กม. จากสนามบินนั่งรถต่อไปยังท่าเรืออิชิกะกิเป็นเวลา 30 นาที ขึ้นเรือด่วนจากท่าเรืออิชิกะกิไปยังท่าเรือทาเคโทมิ เมื่อลงที่ท่าเรือทาเคโคมิแล้ว นั่งรถรับส่งของรีสอร์ทต่อไปอีกประมาณ 8 นาที ก็ถึงรีสอร์ทแล้วค่ะ

เว็บไซต์: hoshinoya.com

3. Umino Ryotei Okinawa Nakamasou (海の旅亭おきなわ名嘉真荘)

หากคุณกำลังมองหาโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่สามารถเพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวและการทานอาหารในหมู่บ้านอนนะ อันเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของโอกินาว่าแล้วละก็ ขอแนะนำให้มาพักที่ Umino Ryotei Okinawa Nakamasou ค่ะ แม้ว่าโรงแรมอาจจะไม่ได้อยู่ในระดับห้าดาว แต่ว่าที่พักกับการบริการนั้นถือว่าสูสีกับระดับห้าดาวได้อย่างสบาย ๆ เลย

Umino Ryotei Okinawa Nakamasou ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านอนนะ ตำบลคุนิกามิ ตัวอาคารของโรงแรมที่ออกแบบมาเพื่อให้มีพื้นที่พักผ่อนมากมายในสไตล์เรียวกัง เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งมีห้องอาหาร ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง และอาหารเช้าฟรี ห้องพักในโรงแรมทั้งหมดมี 25 ห้อง และมีอ่างอาบน้ำส่วนตัว

อาหารที่ทางโรงแรมจัดสรรจะเป็นอาหารไคเซกิแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ผสมผสานส่วนผสมที่คัดสรรมาอย่างดีจากโอกินาว่าและฮอกไกโด เน้นวัตถุดิบอาหารตามฤดูกาลที่รับรองว่าไม่ว่าจะไปช่วงไหน ก็จะได้ทานอาหารอร่อย ๆ แน่นอน

ในส่วนของการเดินทาง สามารถเดินทางโดยรถยนต์ ใช้เวลาประมาณ 90 นาที จากสนามบินนาฮะ โดยขึ้นทางด่วน Okinawa Expy แล้วเปลี่ยนเส้นไปทางไป Yaka

วิวจากห้องอาหาร มองเห็นทะเลสีฟ้าในมุมกว้าง

เว็บไซต์: okinawa-ryotei.jp

4. Haimurubushi (はいむるぶし)

©OCVB

เกาะโคฮามะ ซึ่งอยู่ระหว่างเกาะอิชิกากิและเกาะอิริโอโมเตะ และอยู่ห่างออกไปทางใต้ 400 กิโลเมตร จากเกาะโอกินาว่า เป็นที่ตั้งของของโรงแรมที่ชื่อว่า Haimurubushi

Haimurubushi เป็นโรงแรมรีสอร์ทริมชายหาดทางใต้สุดของญี่ปุ่น มีพื้นที่ประมาณ 400,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะโคฮามะ ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของทะเลทางใต้ที่ล้อมรอบด้วยวัฒนธรรมเกาะอันเป็นเอกลักษณ์ของหมู่เกาะยาเอยามะ อีกทั้งยังล้อมรอบด้วยพืชเขตร้อน สัตว์น้ำ และแนวประการังที่สวยงามที่สุดในซีกโลกเหนือ บวกกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่งดงาม สามารถมองเห็นกลุ่มดาวถึง 84 กลุ่ม ซึ่งมากที่สุดในประเทศ

ห้องพักกว้างขวางพร้อมกับเตียงนอน 2 เตียงที่ลงตัวกับขนาดห้อง พร้อมวิวทะเลอันสวยงามที่สามารถมองเห็นได้จากห้องพัก

©OCVB

อาหารของที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งสไตล์ญี่ปุ่นและยุโรป อีกทั้งยังมีการจัดเค้กวันเกิดสำหรับแขกที่มีวันเกิดตรงกับช่วงที่เข้าพักอีกด้วย นอกจากนี้ในช่วงเวลาอาหารเย็นแขกที่พักยังสามารถทานอาหารเย็นไปพร้อมกับการฟังดนตรีสดโดยนักร้องคุณภาพที่ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่เกาะยาเอะยามะอีกด้วย

©OCVB

Haimurubushi มีกิจกรรมทางทะเลหลากหลายที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำดูประการัง พายเรือแคนนูเล่นรอบ ๆ ตกปลา ขี่ม้า นั่งรถเทียมควายชมรอบ ๆ เกาะ และเช่าจักรยานปั่นเล่นสถานที่รอบ ๆ เป็นต้น หากจะหาที่พักทั้งที มาพักที่ Haimurubushi รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

 

 

©OCVB
©OCVB

สำหรับการเดินทาง สามารถเดินจากสนามบินอิชิกากิ ต่อรถแท็กซี่หรือรถบัส ใช้เวลาประมาณ 25-40 นาที มาลงที่ท่าเรืออิชิกากิ นั่งเรือ (ออกตามเวลากำหนด) อีกประมาณ 30 นาที ก็จะถึงท่าเรือโคฮามะ จากนั้นจะมีรถของโรงแรมมารับตามกำหนดเวลาที่เรือมาถึง เดินทางต่ออีก 5 นาที ก็ถึงโรงแรมแล้วค่ะ

เว็บไซต์: haimurubushi.co.jp

5. THE HIRAMATSU HOTELS & RESORTS GINOZA

โอกินาว่าได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง จึงเป็นเหตุผลให้ชายฝั่งตะวันตกของโอกินาว่าถูกพัฒนาไปอย่างมาก แต่ทว่าชายฝั่งตะวันออกที่เป็นที่ตั้งของโรงแรม THE HIRAMATSU HOTELS & RESORTS GINOZA แห่งนี้ ยังมีส่วนที่เป็นธรรมชาติหลงเหลืออยู่มาก รอให้คุณได้มาสัมผัส

THE HIRAMATSU HOTELS & RESORTS GINOZA เปิดให้บริการในหมู่บ้านกิโนซ่า ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของโอกินาว่าที่ยังคงมีป่ามากมายในเขตภูเขา พื้นที่นี้มีเนินเขาอันสงบ มีทิวเขาสีเขียวเข้มบนชายฝั่งตะวันออก และมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ของโอกินาว่าไว้อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว

ห้องพักที่กว้างขวาง พร้อมกับอ่างอาบน้ำในตัว สามารถแช่น้ำพร้อมชมวิวทิวทัศน์ของทะเลได้ด้วย
สระน้ำกลางแจ้งที่ทำให้คุณได้ผ่อนคลาย พร้อมกับถ่ายรูปสวย ๆ กลับไป
อาหารจานหรูโดยเชฟมืออาชีพ รังสรรเมนูอาหารด้วยวัตถุดิบสดใหม่จากโอกินาว่า

สำหรับการเดินทาง จากสนามบินนาฮะโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ

ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ วัฒนธรรมประวัติศาสตร์ และการต้อนรับของผู้คนที่อบอุ่น คุณสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมมากมายที่เป็นเอกลักษณ์ของกิโนซ่า ในระหว่างที่คุณเข้าพักโรงแรมแห่งนี้ และที่นั่นจะช่วยสร้างความทรงจำของการเดินทางไปโอกินาว่าของคุณให้ประทับใจมากยิ่งขึ้น

เว็บไซต์: hiramatsuhotels.com

6. Shigira Bayside Suite Allamanda (シギラベイサイドスイートアラマンダ)

 

ใครที่กำลังมองหาที่พักในโอกินาว่าระดับโรงแรมหรู 5 ดาวอยู่ละก็ โรงแรมที่ทำเลดีแถมเดินทางง่ายอย่าง Shigira Bayside Suite Allamanda คือคำตอบที่คุณกำลังหาอยู่แน่นอน ด้วยพื้นที่โรงแรมที่กว้างขวาง การบริการที่เยี่ยมยอด รับรองได้ว่าจะไม่เสียใจเลยที่ได้พักที่นี่

Shigira Bayside Suite Allamanda เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ในเกาะมิยาโกะ จังหวัดโอกินาว่า ห้องพักของโรงแรมได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้แก่ผู้เข้าพัก ในห้องพักมีเครื่องอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและสระว่ายน้ำส่วนตัวที่มองเห็นวิวธรรมชาติ

ระหว่างที่เข้าพัก คุณสามารถเพลิดเพลินกับเมนูพิเศษของแต่ละร้านอาหารในโรงแรม ซึ่งแต่ละร้านก็ได้นำวัตถุดิบสดใหม่ของเกาะมิยาโกะมารังสรรเป็นเมนูต่าง ๆ โดยเซฟมืออาชีพผู้มีประสบการณ์ด้านการทำอาหารหลากหลาย ซึ่งจะทำให้แขกที่เข้าพักได้รับประทานมื้ออาหารที่แสนวิเศษ จนประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว


การเดินทาง จากสนามบินนาฮะไปยังสนามบินมิยาโกะใช้เวลาประมาณ 50 นาที จากสนามบินนั่งรถต่อไปอีก 15 นาที ก็จะถึงโรงแรม

ที่โรงแรม Shigira Bayside Suite Allamanda ยังมีกิจกรรมมากมายให้คุณได้เพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกอล์ฟ หรือว่าสปาสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายจากความเมื่อยล้า อีกทั้งถ้าหากมาเดินเล่นที่หาดชิกิระ บางทีแค่เล่นน้ำอยู่ใกล้ ๆ หาดก็มีโอกาสเจอเต่าได้ด้วย และการดำน้ำตื้นดูสัตว์ทะเลต่าง ๆ เช่น เต่าและปลาเขตร้อนที่มีสีสันสวยงาม ก็เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเลย

เว็บไซต์: nanseirakuen.com

7. The Terrace Club At Busena

โรงแรมหรูริมทะเลที่มาพร้อมกับคอนเซปต์เพื่อสุขภาพแบบเต็มเปี่ยม เพราะนอกจากจะได้พักผ่อนหย่อนใจจากความเหนื่อยล้าแล้ว คุณยังสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมอย่างทะเลบำบัด (Thalassotherapy) น้ำบำบัด (Hydrotheraphy)  ออกกำลังกายในน้ำ (Kinesitherapy) รวมถึงสปาและนวดอโรม่าต่าง ๆ โดยมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของโอกินาว่าเป็นฉากหลัง

วิวจากห้อพักมองออกไปเห็นน้ำทะเลสีฟ้า

ผู้ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพร่างกายเป็นพิเศษยังสามารถรับคำปรึกษาจากอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่จะให้คำแนะนำเรื่องกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับคุณได้อีกด้วย The Terrace Club At Busena แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนสปาพร้อมที่พักขนาดใหญ่ที่คุณสามารถผ่อนคลายโดยไม่ต้องออกไปไหนได้ทั้งวัน

บ่อน้ำเค็มอุ่นสำหรับบำบัดและแช่เพื่อความผ่อนคลาย

และแน่นอนว่าที่นี่เสิร์ฟเมนูอาหารหลากหลายประเภทที่มีดีทั้งคุณค่าอาหารและรสชาติ แถมยังมีบริการเสิร์ฟอาหารให้รับประทานในห้องถึงที่อีกด้วย รับรองเลยว่าหลังจากที่คุณได้พักผ่อนและเติมพลังชีวิตที่โรงแรมนี้แล้ว คุณจะมีแรงออกเที่ยวโอกินาว่าในวันถัดไปเหลือล้นอย่างแน่นอน

การเดินทาง จากสนามบินนาฮะ เดินทางโดยรถยนต์ ขึ้นทางด่วน Okinawa Expressway ใช้เวลาประมาณ 90 นาที หรือถ้าไม่อยากขับรถเองก็สามารถโดยสารรถ Airport Limousine ใช้เวลาประมาณ 90 นาทีเช่นกัน

เว็บไซต์: terrace.co.jp

8. Iraph SUI Miyako Okinawa

โรงแรมสีโทนฟ้าขาวสบายตาบนเกาะอิราบุแห่งนี้เป็นโรงแรมในเครือ Marriott เรื่องความหรูหรามีระดับจึงไม่ต้องพูดถึง ตัวโรงแรมล้อมรอบไปด้วยป่าไม้เก่าแก่และทะเลที่เผยให้เห็นถึงเสน่ห์ของวัฒนธรรมชาวเกาะแถบนี้

ห้องพักของที่นี่มีระเบียงกว้างที่มองออกไปเห็นผืนทะเลกว้างใหญ่ อีกทั้งหลาย ๆ ห้องยังมีสระว่ายน้ำหรือบ่อน้ำวนส่วนตัว ให้คุณได้แช่น้ำให้ฉ่ำใจแบบไร้ความกังวล หรือจะใช้บริการสปาสุดหรูของโรงแรม เยียวยาร่างกายในบ่อน้ำโซดาหรือไปออกกำลังในฟิตเนสของโรงแรมก็ได้ อ้อ แล้วก็อย่าลืมรอชมพระอาทิตย์ตกดินด้วย เพราะวิวจากโรงแรมนี้สวยอย่าบอกใคร

สำหรับเมนูอาหารก็ล้วนแต่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น วากิว หมู ปลาทะเลสด ๆ และผักท้องถิ่นต่าง ๆ ให้คุณได้เอร็ดอร่อยไปกับอาหารและของหวานรสเลิศของโอกินาว่าอย่างแท้จริง

เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับโรงแรมที่ได้แนะนำไป แม้ว่าบางที่อาจจะไม่ได้ถึงกับระดับห้าดาว แต่ว่าห้องพักกับการบริการเทียบเท่ากับโรงแรมหรูได้เลย ใครที่วางแผนกำลังจะไปเที่ยวโอกินาว่าแต่ยังหาโรงแรมที่ถูกใจยังไม่ได้ ก็ลองดูบทความนี้ประกอบการตัดสินใจได้นะคะ การเลือกโรงแรมดีก็เท่ากับส่งเสริมให้ทริปของเราสนุกไปด้วยค่ะ    สล็อตเว็บตรง

ชมทุ่งดอกไม้ใต้น้ำที่ “แม่น้ำคาคิตะ” อีกเสน่ห์ของภูเขาไฟฟูจิที่ซ่อนอยู่

ณ แม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่งที่ตีนเขา มีทุ่งดอกไม้สีขาวบานอยู่ใต้ผืนน้ำใสสะอาด คำบรรยายนี้ฟังดูราวกับภาพที่หลุดออกมาจากจินตนาการ แต่รู้หรือไม่? ว่าความมหัศจรรย์ของธรรมชาตินี้มีอยู่จริงที่ “แม่น้ำคาคิตะ” แม่น้ำสายเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดชิสุโอกะ

“แม่น้ำคาคิตะ” อีกเสน่ห์ของภูเขาไฟฟูจิที่ซ่อนอยู่

แม่น้ำคาคิตะ (柿田川) ทอดตัวอยู่บริเวณตีนเขาของภูเขาไฟฟูจิ เป็นแม่น้ำที่ถูกจัดอยู่ใน 3 อันดับแม่น้ำสายเล็กที่สุดและสะอาดที่สุดในญี่ปุ่น แม้จะอยู่ติดกับพื้นที่เมืองของจังหวัดชิสุโอกะ แต่แม่น้ำคาคิตะยังมีธารน้ำที่ใสสะอาดอย่างไม่น่าเชื่อจนถูกจัดให้อยู่ใน 100 อันดับแหล่งน้ำชื่อดังของญี่ปุ่น รวมถึงได้รับเลือกให้อยู่ใน “ธรรมชาติญี่ปุ่นที่อยากส่งต่อไปยังศตวรรษที่ 21” อีกด้วย ซึ่งความลับของแม่น้ำคาคิตะคือภูเขาไฟฟูจินั่นเอง

เมื่อเดินไล่ตามขึ้นไปจนถึงต้นน้ำ เราจะเห็นน้ำกำลังผุดขึ้นมาจากตาน้ำได้อย่างชัดเจน ซึ่งน้ำที่ผุดขึ้นมาคือบรรดาน้ำจากฝนและหิมะที่ละลายซึมลงไปในเนื้อชั้นดินของภูเขาไฟฟูจิ น้ำเหล่านี้จะไหลผ่านชั้นหินภูเขาไฟที่ช่วยกรองสิ่งเจือปนออกมาจากน้ำก่อนจะผุดขึ้นสู่ผิวดินอีกครั้งในอีกหลายเดือนให้หลัง ทำให้น้ำที่ผุดขึ้นมาในแม่น้ำคาคิตะสะอาดใสราวกับแก้ว

 

ทุ่งดอกไม้ใต้แม่น้ำที่หาชมได้ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น

นอกจากสายน้ำสะอาดสบายตาแล้ว อีกเสน่ห์หนึ่งของแม่น้ำคาคิตะคือทุ่งดอกไม้สีขาวเล็กๆ ที่บานอยู่ใต้แม่น้ำ ดอกไม้สีขาวนี้คือมิชิมะ ไบคาโมะ (ミシマバイカモ) ดอกไม้จำพวกบัตเตอร์คัพที่โตเฉพาะในแหล่งน้ำที่สะอาดที่สุดเท่านั้น ซึ่งในญี่ปุ่นมีแม่น้ำคาคิตะของจังหวัดชิสุโอกะและแม่น้ำเดงคุน (田君川)​ ในจังหวัดเฮียวโกะเท่านั้นที่เราจะพบมิชิมะ ไบคาโมะได้ นับเป็นอีกหนึ่งความพิเศษของแม่น้ำในญี่ปุ่นที่หาชมได้ยาก

 

 

ปัจจุบันแม่น้ำคาคิตะเป็นส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะ Kakita River Park และได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดีพร้อมๆ กับที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสความสะอาดบริสุทธิ์ที่แท้จริงของธรรมชาติ สำหรับคนรักธรรมชาติและคนที่อยากค้นหาเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ของภูเขาไฟฟูจิ ลองแวะมาเที่ยวแม่น้ำคาคิตะเพื่อสัมผัสอีกความงามของธรรมชาติที่ภูเขาไฟฟูจิให้กำเนิดกันได้นะคะ    สล็อตเว็บตรง

Kakita River Park
ที่อยู่: Fushimi, Shimizu, Sunto District, Shizuoka 411-0907, Japan
ช่วงดอกไม้บาน: เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม
Website: kakitagawa.net